Home สมุนไพรเพื่อสุขภาพ มะเร็งยังยอมสยบ! “ลูกยอ” สมุนไพรปลูกง่าย ชื่อเป็นสิริมงคล รักษาโรคได้อย่างน่าทึ่ง ของดีที่ไม่ควรมองข้าม

มะเร็งยังยอมสยบ! “ลูกยอ” สมุนไพรปลูกง่าย ชื่อเป็นสิริมงคล รักษาโรคได้อย่างน่าทึ่ง ของดีที่ไม่ควรมองข้าม

7 second read
0
0
283

หลายคนคงจะเคยเห็นและ หลายคนคงจะรู้สรรพคุณเบื้องต้นของลูกยอแล้ว คือช่วยให้ระบบเลือดหมุ่นเวียนดี และนอกจากนี้แล้วลูกยอยังช่วย ระงับการเติบโตของเซลล์มะเร็งและเนื้องอกได้

จากงานวิจัยในต่างประเทศพบว่า ผลยอสามารถเสริมสร้างระบบภูมิต้านทาน โดยควบคุมการทำงานของเซลล์ต่างๆ และการงอกใหม่ของเซลล์ที่ถูกทำลาย

 

ผลยอยังมีคุณสมบัติในการบำบัดรักษาโรคความดันโลหิตสูง ซึ่งสารสำคัญที่มีผลในการบำบัดอาการนี้ คือ สโคโปเลติน (Scopoletin) โดยเป็นสารอาหารจากพืชอย่างหนึ่งที่พบในลูกยอ

สารตัวนี้จะมีฤทธิ์ในการขยายหลอดเลือดที่หดตัว ผลคือ ทำให้ระดับของความดันโลหิตลดลงจนเป็นปกติ ซึ่งจะมีผลในการชะลอการเสื่อมของหัวใจด้วย กระตุ้นการสร้างเม็ดเลือดขาว และการสร้าง ภูมิคุ้มกัน เพิ่มภูมิต้านทานโรคให้ดี ขึ้นเพื่อต่อต้านเชื้อโรค

ประโยชน์ทางยาของลูกยอ

– ต้านมะเร็ง ป้องกันร่างกายจากการติดเชื้อแบคทีเรียและเชื้อรา

– ต่อต้านเชื้อแบคทีเรีย และเชื้อรา ยับยั้งการเปลี่ยนแปลงของเซลล์ปกติไม่ให้กลายเป็นเซลล์มะเร็ง

– ต่อต้านเซลล์มะเร็ง และเสริมภูมิต้านทานโรค โดยการกระตุ้นการสร้างเม็ดเลือดขาว เพื่อต่อต้านเซลล์มะเร็งและเชื้อโรคต่าง ๆ

– ป้องกันการเกิดโรคมะเร็ง

– ยับยั้งการเติบโตของเซลล์มะเร็ง

– เพิ่มคุณภาพชีวิตและช่วยให้ผู้เป็น มะเร็งมีอายุยืนยาวขึ้น

– ช่วยให้เซลล์ขับถ่ายสารพิษต่าง ๆ ออกไปนอกร่างกาย

-ชะลอความเสื่อมของเซลล์, ชะลอความแก่ ป้องกันการตีบตันของหลอดเลือดแดง, ลดการเกิดโรคหัวใจ, อัมพฤกษ์อัมพาต

– ช่วยจับโคเลสเตอรอล (Cholesteral), น้ำตาลในเลือด

– ช่วยลดระดับโคเลสเตอรอล (Cholesteral) และระดับน้ำตาลในเลือด

จากการวิจัยของคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ระบุว่า ลูกยอสามารถช่วยกระตุ้นภูมิต้านทาน และป้องกันมะเร็งได้ โดยในลูกยอจะมีสารกระตุ้นการสร้างเม็ดเลือดขาว

ซึ่งทำหน้าที่กำจัดเชื้อโรคในร่างกาย และสามารถยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งไม่ให้ลุกลาม แต่ไม่ได้รักษามะเร็ง

คุณค่าของน้ำลูกยอ หากดื่มน้ำลูกยอคั้นสดเป็นประจำ จะช่วยกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย ช่วยชะลอการเสื่อมสภาพของเซลล์และสร้างเซลล์ใหม่ขึ้นทดแทน รักษาโรคภูมิแพ้ ช่วยย่อยอาหาร ช่วยให้นอนหลับเป็นปกติ มีฤทธิ์ต้านทานโรคมะเร็งและระงับการเติบโตของเซลล์มะเร็งเนื้องอก

ผลข้างเคียงจากการดื่มน้ำลูกยอคั้นสด พบน้อยมาก บางคนอาจเกิดอาการท้องอืด หรือระบายท้องในครั้งแรก ซึ่งอาการเหล่านี้จะหายไปได้

โดยลดขนาดการรับประทานลง แต่ข้อควรระวัง คือ น้ำลูกยอนั้นมีธาตุโพแทสเซียมสูงมากเช่นเดียวกับน้ำมะเขือเทศ ผู้ป่วยเป็นโรคไตวายเรื้อรัง จึงไม่ควรรับประทาน เพราะอาจเกิดอันตรายได้

บริโภคนํ้าลูกยอที่มีจำหน่ายในท้องตลาด ระวังอันตรายจากสารปนเปื้อน

ในจำนวนกว่า 30 เปอร์เซ็นต์ ของผลิตภัณฑ์ดังกล่าว ยังพบเมทิลแอลกอฮอล์ ซึ่งห้ามบริโภคปริมาณเกินข้อกำหนดขององค์การอาหารผลิตภัณฑ์ อีกบางส่วนยังพบการปนเปื้อนของเชื้อรา ซึ่งการปนเปื้อนทางเคมี และชีวภาพ

จัดเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อผู้บริโภค ที่บริโภคเป็นระยะเวลายาวนานอย่างต่อเนื่อง อาจจะสะสมและเกิดเป็นสารอัลดีไฮน์ในร่างกายโดยเฉพาะที่ตับ ซึ่งเป็นอวัยวะที่สลายเมทานอลปนเปื้อนดังกล่าว เสี่ยงต่อการเป็นโรคอื่นๆ ตามมาในระยะยาว เช่น มะเร็งตับ เป็นต้น

วิธีทำลูกยอรับประทานเอง การทำน้ำลูกยอ (น้ำโนนิ)

นำลูกยอสุกห่ามๆ (สีเขียวออกเหลืองหรือขาวนวลเล็กน้อย) มาล้างน้ำให้สะอาด แคะเอาเม็ดออก ปั่นแล้วคั้นเอาน้ำผสมกับน้ำผลไม้เข้มข้นชนิดอื่น เช่นน้ำสับปะรดหรือน้ำมะเขือเทศ เพื่อลดกลิ่นของลูกยอและเพิ่มรสชาติดีขึ้น แต่ถ้าต้องการรสหวานเล็กน้อยให้นำน้ำผึ้งผสมน้ำอุ่นพอประมาณ แล้วนำไปผสมกับน้ำลูกยอที่คั้นได้ตามต้องการ

ปัจจุบันนิยมนำลูกยอมาปั่นเป็นน้ำลูกยอคั้นสด เพราะเป็นวิธีที่สะดวกและง่ายที่สุด อีกทั้งสารสำคัญในลูกยอยังมีความคงตัวอยู่เช่นเดียวกับวิธีอื่นๆ แต่ปัญหาจะอยู่ที่รสฝาดและกลิ่นฉุน รสชาติมันเฝื่อนๆ ขมนิดๆ อาจดื่มได้ลำบาก

การนำน้ำลูกยอที่คั้นได้ผสมกับน้ำผลไม้ชนิดอื่นๆ เช่น น้ำองุ่น น้ำบลูเบอรี่ น้ำสับปะรด น้ำฝรั่ง โดยใช้น้ำลูกยอ 9 ส่วน น้ำผลไม้อื่นๆ 1 ส่วนจะช่วยให้กลิ่นและรสชาติของน้ำลูกยอดีขึ้น

ตำลูกยอ คนที่ชอบแบบรสจัดต้องนี้เลยจ้า คนอีสานนำลูกยอนำมาทำเป็นอาหารในช่วงหน้าร้อน เพื่อบำรุงธาตุ ทำให้แก้อ่อนเพลีย ขับลม ขับโลหิต นอกจากนี้ยังแก้อาเจียนได้

ลูกยอมีธาตแคลเซียม วิตามินเอ วิตามินซี และสารอาหารอื่นๆ คนอีสานนิยมรับประทานลูกยอด้วยการตำ ตำลูกยอมีบริโภคก็เฉพาะตอนมันแก่เต็มที่เท่านั้น ช่วงลูกอ่อนหรือสุกจะนำมาตำไม่ได้ ลูกยอสุกนิยมเอาไปทำน้ำลูกยอ

ห้ามกิน สำหรับคนที่เป็นโรคไต กินเพราะ น้ำลูกยอมีธาตุโปแตสเซียมสูงมากประมาณ 56 meq/L พอๆ กับน้ำส้ม และน้ำมะเขือเทศ และมีรายงานว่าผู้ที่เป็นโรคไตวายเรื้อรัง ทานน้ำลูกยอแล้วมีโปแทสเซียมสูง มากจนเป็นอันตราย จึงไม่ควรทานในผู้ป่วยโรคไต

สมุนไพรใกล้ตัว มุ่งเสนอสรรพคุณทางยา การนำไปใช้ควรพิจารณาอย่างรอบด้าน

แหล่งที่มา : siamnews.com

Comments

comments